คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ
วิเคราะห์และคำอธิบายฝ่ายจัดการ (MD&A)
1. วิเคราะห์การดำเนินงานและฐานะการเงิน
รายงานงบการเงินประจำปี 2568 ของบริษัทและบริษัทย่อย ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน อันเนื่องจากบริษัทมีภาระหนี้สินที่ต้องดำเนินการจ่ายให้แก่กรมสรรพากรจำนวน 98 ล้านบาท และมูลค่าเงินลงทุนที่ถูกยึดเพื่อจะนำไปขายทอดตลาด และนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะจัดสรรได้ครบหรือไม่ รวมถึงบริษัทมีหนี้เงินกู้ยืม ที่ต้องชำระจำนวน 52.69 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินรวมสูงกว่าสินทรัพย์รวมจำนวน 125.69 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถการดำรงอยู่ต่อเนื่องของกิจการ
(1) ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยสำหรับปี 2568 เป็นผลการดำเนินงานของบริษัท ธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจบริการให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เท่านั้น เนื่องจากหุ้นบริษัท ซีแอล ลีส จำกัด (เดิมเป็นบริษัทย่อย) สำนักงานบังคับคดีแพ่งนำหุ้นไปขายทอดตลาดและมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อยเมือเดือนสิงหาคม 2566 บริษัทย่อยดังกล่าวจึงไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทอีกต่อไป
ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนจำนวน 9.94 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 4.10 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีในปี 2568 จำนวน 2.96 ล้านบาท และมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ มีจำนวน 11.57 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 3.53 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 2.46 ล้านบาท ซึ่งมาจากสัญญาเช่าที่ครบกำหนดของธุรกิจบริการให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนต้นทุนทางการเงินมาจากเงินกู้ยืมบริษัท ซีแอล ลีส จำกัด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ให้ชำระเงินจำนวน 49.24 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 6.11 ต่อปีของเงินต้น 39.83 ล้านบาท
(2) ฐานะการเงิน
สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 81.19 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 9.27 ล้านบาท รายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาจากสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนจำนวน 30.07 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 8.81 ล้านบาท เป็นมูลค่าการลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นลดลงจากกระแสเงินสดคงเหลือลดลง และรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีจำนวน 47.89 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 0.53 ล้านบาท จากรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นซึ่งเป็นการขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายปีก่อนของบริษัทย่อยและได้รับคืนในปี
หนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 155.09 ล้านบาท หนี้สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.77 ล้านบาท โดยหลักจากดอกเบี้ยค้างจ่ายเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัท ซีแอล ลีส จำกัด จำนวน 2.43 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 0.45 ล้านบาท หนี้สินผลประโยชน์พนักงานระยะยาวลดลง 0.66 ล้านบาท และภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายลดลง 0.15 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 แสดงยอดผลขาดทุนเกินทุนจำนวน 73.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อน 10.04 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานในปีมีผลขาดทุน 9.94 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการทบทวนคำนวณผลประโยชน์พนักงานใหม่มีผลขาดทุนจำนวน 0.09 ล้านบาท
(3) สภาพคล่องและแหล่งเงินทุน
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานใช้ไปจำนวน 8.83 ล้านบาท จากผลขาดทุนในปี กระแสเงินสด จากกิจกรรมการลงทุนมาจากเงินลงทุนระยะสั้นในกองทุนตราสารหนี้ลดลง 9.10 ล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในกิจการ และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไปในการจ่ายค่าเช่าจำนวน 0.30 ล้านบาท บริษัทและบริษัทย่อยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันสิ้นปี จำนวน 0.78 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดปีก่อน
หลักเกณฑ์การให้สิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญและสิทธิเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย และเพื่อ
เป็นการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนั้นก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทจึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องที่ผู้ถือหุ้น
เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่บริษัท เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณา
เลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ดังนี้
1 . คุณสมบัติของผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเสนอ
ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับ
การพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.1 เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยไม่จำกัดจำนวนหุ้นและระยะเวลาที่ถือหุ้นของบริษัท เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทราย
เดียวหรือหลายรายรวมกันก็ได้ และต้องถือหุ้นในวันที่เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมหรือ
เสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ
1.2 สามารถแสดงหลักฐานการถือหุ้น เช่น หนังสือรับรองการถือหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือหลักฐานอื่นจาก
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น
2. หลักเกณฑ์การเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุม
2.1 เงื่อนไขการพิจารณาเรื่องที่เสนอเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม
บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะนำเสนอเรื่องที่บริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม และเป็นไป
ตามที่กฎหมาย และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกำหนดบรรจุเป็นวาระการประชุม เว้นแต่เรื่องดังต่อไปนี้ บริษัทจะ
ไม่บรรจุเป็นวาระการประชุม
(1) เรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท และข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างโดยผู้ถือหุ้นมิได้แสดงถึงเหตุ
อันสมควรเกี่ยวกับความไม่ปกติของเรื่องดังกล่าว
(2) เรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจที่บริษัทจะดำเนินการให้เกิดผลตามที่ประสงค์
(3) เรื่องที่เคยเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแล้วในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และได้รับมติสนับสนุน
ด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท โดยที่ข้อ
เท็จจริงในเรื่องนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
(4) เรื่องที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท หรือ ขัดกับกฎหมาย ประกาศ กฎ และ
ระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัท
(5) เรื่องที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยเฉพาะ
(6) เรื่องที่บริษัทได้ดำเนินการแล้ว
(7) เรื่องที่ผู้ถือหุ้นเสนอโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพียงพอ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดข้างต้น
(8) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดทุนหรือกฎหมายกำหนด
2.2 ขั้นตอนในการพิจารณา
(1) ผู้ถือหุ้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 1. ต้องกรอกข้อมูลใน “แบบเสนอวาระการประชุมสามัญ
ผู้ถือหุ้นประจำปี” (แบบ ก) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ กรณีผู้ถือหุ้นหลายรายรวมกันเสนอ
วาระการประชุม ผู้ถือหุ้นทุกรายต้องกรอกรายละเอียดของตนลงในแบบ ก พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ
และรวมเป็นชุดเดียวกัน
(2) จัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่จะต้องจัดส่งให้บริษัทพร้อมกับ แบบ ก ดังนี้
(ก) หลักฐานการถือหุ้น ได้แก่ หนังสือรับรองการถือหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือหลักฐานอื่น
จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จากัด
(ข) เอกสารแสดงตนของผู้ถือหุ้น
กรณีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดา
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างประเทศ) พร้อมทั้ง
ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
กรณีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล
-สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจาตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง
( กรณีเป็นชาวต่างประเทศ ) ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามที่ได้ลงชื่อใน แบบ ก พร้อมทั้ง
ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
(3) นำส่ง แบบ ก พร้อมเอกสารหลักฐานที่บริษัทกาหนด อย่างไม่เป็นทางการก่อนได้ทางโทรสารหมายเลข
0-2301-1020 หรือทางจดหมายอิเลคทรอนิกส์ (e-mail) ที่ ircontact@pe.premier.co.th และจัดส่งต้นฉบับ โดยทางจดหมายลงทะเบียนมาที่ เลขานุการบริษัท บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากัด (มหาชน) เลขที่ 1 อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค ซอยพรีเมียร์ 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
(4) คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของวาระการประชุมที่ผู้ถือหุ้นเสนอ ซึ่งจะต้องไม่มี
ลักษณะเข้าข่ายตามข้อ 2.1 (1) – (8)
(5) เรื่องที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จะบรรจุเป็นวาระการประชุมในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ สำหรับเรื่องที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริษัทจะแจ้ง
ให้ผู้ถือหุ้นที่เสนอทราบพร้อมเหตุผล และจะชี้แจงเหตุผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบ
3. หลักเกณฑ์การเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ3.1 คุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท
(1) มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายมหาชนจำกัด พรบ.หลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับของ
บริษัท
(2) มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
(3) ไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการหรือพนักงานของบริษัทที่ประกอบกิจการ
อันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย 3
3.2 ขั้นตอนในการพิจารณา
(1) ผู้ถือหุ้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม ข้อ 1. ต้องกรอกข้อมูลใน “แบบเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณา
เลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท” ( แบบ ข ) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ กรณีผู้ถือหุ้นหลายรายรวม
กันเสนอชื่อ ผู้ถือหุ้นทุกรายต้องกรอกรายละเอียดของตนในแบบ ข พร้อมทั้งลงลายมือชื่อและรวมเป็นชุด
เดียวกัน
(2) ดำเนินการให้บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อกรอกข้อมูลใน “แบบข้อมูลของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อ
รับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท” ( แบบ ค ) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ
(3) จัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่จะต้องจัดส่งให้บริษัท ตามที่ระบุในข้อ 2.2 (2) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งเอกสาร
ประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติ ได้แก่ หลักฐานการศึกษา และประวัติการทางานของบุคคลที่ได้รับ
การเสนอชื่อ
(4) นำส่งแบบ ข และแบบ ค พร้อมหลักฐานที่บริษัทกำหนด อย่างไม่เป็นทางการก่อนได้ทางโทรสารหมายเลข
0-2301-1020 หรือทางจดหมายอิเล็คโทรนิกส์ (e-mail) ที่ ircontact@pe.premier.co.th และจัดส่งต้นฉบับ
โดยทางจดหมายลงทะเบียนมาที่เลขานุการบริษัท บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากัด (มหาชน) เลขที่ 1
อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค ซอยพรีเมียร์ 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ
10250
(5) คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ
(6) บุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จะได้รับการเสนอชื่อในวาระการเลือกตั้งกรรมการพร้อม
ความเห็นของคณะกรรมการ สำหรับบุคคลที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริษัทจะแจ้งให้
ผู้ถือหุ้นที่เสนอทราบพร้อมเหตุผล และจะชี้แจงเหตุผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบ
4. ช่วงเวลาที่เปิดรับเรื่องผู้ถือหุ้นที่ต้องการเสนอเรื่องเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทสามารถส่งหนังสือแจ้งมาที่บริษัทได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่
31 ธันวาคม ของทุกปี