นักลงทุนสัมพันธ์

จรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์

ข้อพึงปฏิบัติของนักลงทุนสัมพันธ์

  1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
  2. เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
  3. เปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและสอบถามข้อมูลได้
  4. ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียเป็นที่ตั้ง
  5. รักษาความลับของบริษัทและไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตน
  6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และมีความเป็นมืออาชีพ
  7. หมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน
  8. ปฏิบัติตามแนวทางการไม่รับนัดในช่วงใกล้ประกาศงบการเงินและแนวปฏิบัติในการซื้อขายหุ้นที่บริษัทได้กำหนดไว้

คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

วิเคราะห์และคำอธิบายฝ่ายจัดการ (MD&A)

1. วิเคราะห์การดำเนินงานและฐานะการเงิน 

    รายงานงบการเงินประจำปี 2568 ของบริษัทและบริษัทย่อย ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน อันเนื่องจากบริษัทมีภาระหนี้สินที่ต้องดำเนินการจ่ายให้แก่กรมสรรพากรจำนวน 98 ล้านบาท และมูลค่าเงินลงทุนที่ถูกยึดเพื่อจะนำไปขายทอดตลาด และนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะจัดสรรได้ครบหรือไม่ รวมถึงบริษัทมีหนี้เงินกู้ยืม ที่ต้องชำระจำนวน 52.69 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินรวมสูงกว่าสินทรัพย์รวมจำนวน 125.69 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถการดำรงอยู่ต่อเนื่องของกิจการ

        (1) ผลการดำเนินงาน

            ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยสำหรับปี 2568 เป็นผลการดำเนินงานของบริษัท ธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจบริการให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เท่านั้น เนื่องจากหุ้นบริษัท ซีแอล ลีส จำกัด (เดิมเป็นบริษัทย่อย) สำนักงานบังคับคดีแพ่งนำหุ้นไปขายทอดตลาดและมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อยเมือเดือนสิงหาคม 2566 บริษัทย่อยดังกล่าวจึงไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทอีกต่อไป

            ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนจำนวน 9.94 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 4.10 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีในปี 2568 จำนวน 2.96 ล้านบาท และมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ มีจำนวน 11.57 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 3.53 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 2.46 ล้านบาท ซึ่งมาจากสัญญาเช่าที่ครบกำหนดของธุรกิจบริการให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนต้นทุนทางการเงินมาจากเงินกู้ยืมบริษัท ซีแอล ลีส จำกัด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ให้ชำระเงินจำนวน 49.24 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 6.11 ต่อปีของเงินต้น 39.83 ล้านบาท

         (2) ฐานะการเงิน

            สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 81.19 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 9.27 ล้านบาท รายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาจากสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนจำนวน 30.07 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 8.81 ล้านบาท เป็นมูลค่าการลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นลดลงจากกระแสเงินสดคงเหลือลดลง และรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีจำนวน 47.89 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 0.53 ล้านบาท จากรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นซึ่งเป็นการขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายปีก่อนของบริษัทย่อยและได้รับคืนในปี

            หนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 155.09 ล้านบาท หนี้สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.77 ล้านบาท โดยหลักจากดอกเบี้ยค้างจ่ายเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัท ซีแอล ลีส จำกัด จำนวน 2.43 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 0.45 ล้านบาท หนี้สินผลประโยชน์พนักงานระยะยาวลดลง 0.66 ล้านบาท และภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายลดลง 0.15 ล้านบาท 

            ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 แสดงยอดผลขาดทุนเกินทุนจำนวน 73.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อน 10.04 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานในปีมีผลขาดทุน 9.94 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการทบทวนคำนวณผลประโยชน์พนักงานใหม่มีผลขาดทุนจำนวน 0.09 ล้านบาท

         (3) สภาพคล่องและแหล่งเงินทุน

            กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานใช้ไปจำนวน 8.83 ล้านบาท จากผลขาดทุนในปี กระแสเงินสด จากกิจกรรมการลงทุนมาจากเงินลงทุนระยะสั้นในกองทุนตราสารหนี้ลดลง 9.10 ล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในกิจการ และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไปในการจ่ายค่าเช่าจำนวน 0.30 ล้านบาท บริษัทและบริษัทย่อยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันสิ้นปี จำนวน 0.78 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดปีก่อน

แบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1)

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2564 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2562 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2561 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2560 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2552 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2550 รายละเอียดเพิ่มเติม

รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

กลุ่มผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นสูงสุด 10 รายแรก ที่มีชื่อปรากฏตามทะเบียนบัญชีผู้ถือหุ้น ณ 2568 มีดังต่อไปนี้

รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น % การถือหุ้น
นายทวีฉัตร จุฬางกูร 196,000,000.00 24.50
บริษัท พรีเมียร์ ฟิชชั่น แคปปิตอล จำกัด 170,614,500.00 21.33
บริษัท พรีเมียร์ โกลเบิล คอร์เปอเรชั่น จำกัด + บริษัท ลิควิเดชั่น 1 จำกัด 42,439,226.00 5.30
บริษัท พรีเมียร์ แพลนเนอร์ จำกัด 41,410,616.00 5.18
COMMERZBANK AG, SINGAPORE BRANCH 22,974,780.00 2.87
นางหทัยรัตน์ จุฬางกูร 20,000,000.00 2.50
นายทรงพล ธาราเพ็ชรัตน์ 16,175,500.00 2.02
บริษัท ลิควิเดชั่น 3 จำกัด 14,056,022.00 1.76
นางวิมลทิพย์ พงศธร 13,416,235.00 1.68
นายนพดล ดาวแสงสว่าง 12,560,000.00 1.57
รวมผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 549,646,879.00 68.71

หลักเกณฑ์การให้สิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญและสิทธิเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย และเพื่อ เป็นการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนั้นก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทจึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องที่ผู้ถือหุ้น เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่บริษัท เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณา เลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ดังนี้

1 . คุณสมบัติของผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเสนอ

ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับ การพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.1 เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยไม่จำกัดจำนวนหุ้นและระยะเวลาที่ถือหุ้นของบริษัท เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทราย เดียวหรือหลายรายรวมกันก็ได้ และต้องถือหุ้นในวันที่เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมหรือ เสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ
1.2 สามารถแสดงหลักฐานการถือหุ้น เช่น หนังสือรับรองการถือหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือหลักฐานอื่นจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

2. หลักเกณฑ์การเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุม
2.1 เงื่อนไขการพิจารณาเรื่องที่เสนอเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะนำเสนอเรื่องที่บริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม และเป็นไป ตามที่กฎหมาย และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกำหนดบรรจุเป็นวาระการประชุม เว้นแต่เรื่องดังต่อไปนี้ บริษัทจะ ไม่บรรจุเป็นวาระการประชุม
(1) เรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท และข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างโดยผู้ถือหุ้นมิได้แสดงถึงเหตุ อันสมควรเกี่ยวกับความไม่ปกติของเรื่องดังกล่าว
(2) เรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจที่บริษัทจะดำเนินการให้เกิดผลตามที่ประสงค์
(3) เรื่องที่เคยเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแล้วในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และได้รับมติสนับสนุน ด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท โดยที่ข้อ เท็จจริงในเรื่องนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
(4) เรื่องที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท หรือ ขัดกับกฎหมาย ประกาศ กฎ และ ระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัท
(5) เรื่องที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยเฉพาะ
(6) เรื่องที่บริษัทได้ดำเนินการแล้ว
(7) เรื่องที่ผู้ถือหุ้นเสนอโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพียงพอ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดข้างต้น
(8) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดทุนหรือกฎหมายกำหนด

2.2 ขั้นตอนในการพิจารณา
(1) ผู้ถือหุ้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 1. ต้องกรอกข้อมูลใน “แบบเสนอวาระการประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี” (แบบ ก) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ กรณีผู้ถือหุ้นหลายรายรวมกันเสนอ วาระการประชุม ผู้ถือหุ้นทุกรายต้องกรอกรายละเอียดของตนลงในแบบ ก พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ และรวมเป็นชุดเดียวกัน
(2) จัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่จะต้องจัดส่งให้บริษัทพร้อมกับ แบบ ก ดังนี้ (ก) หลักฐานการถือหุ้น ได้แก่ หนังสือรับรองการถือหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือหลักฐานอื่น จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จากัด (ข) เอกสารแสดงตนของผู้ถือหุ้น กรณีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดา - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างประเทศ) พร้อมทั้ง ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล -สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจาตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ( กรณีเป็นชาวต่างประเทศ ) ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามที่ได้ลงชื่อใน แบบ ก พร้อมทั้ง ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
(3) นำส่ง แบบ ก พร้อมเอกสารหลักฐานที่บริษัทกาหนด อย่างไม่เป็นทางการก่อนได้ทางโทรสารหมายเลข 0-2301-1020 หรือทางจดหมายอิเลคทรอนิกส์ (e-mail) ที่ ircontact@pe.premier.co.th และจัดส่งต้นฉบับ โดยทางจดหมายลงทะเบียนมาที่ เลขานุการบริษัท บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากัด (มหาชน) เลขที่ 1 อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค ซอยพรีเมียร์ 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
(4) คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของวาระการประชุมที่ผู้ถือหุ้นเสนอ ซึ่งจะต้องไม่มี ลักษณะเข้าข่ายตามข้อ 2.1 (1) – (8)
(5) เรื่องที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จะบรรจุเป็นวาระการประชุมในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ สำหรับเรื่องที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริษัทจะแจ้ง ให้ผู้ถือหุ้นที่เสนอทราบพร้อมเหตุผล และจะชี้แจงเหตุผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบ

3. หลักเกณฑ์การเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ
3.1 คุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท
(1) มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายมหาชนจำกัด พรบ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับของ บริษัท
(2) มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
(3) ไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการหรือพนักงานของบริษัทที่ประกอบกิจการ อันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย 3 3.2 ขั้นตอนในการพิจารณา (1) ผู้ถือหุ้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม ข้อ 1. ต้องกรอกข้อมูลใน “แบบเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณา เลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท” ( แบบ ข ) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ กรณีผู้ถือหุ้นหลายรายรวม กันเสนอชื่อ ผู้ถือหุ้นทุกรายต้องกรอกรายละเอียดของตนในแบบ ข พร้อมทั้งลงลายมือชื่อและรวมเป็นชุด เดียวกัน (2) ดำเนินการให้บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อกรอกข้อมูลใน “แบบข้อมูลของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อ รับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท” ( แบบ ค ) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ (3) จัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่จะต้องจัดส่งให้บริษัท ตามที่ระบุในข้อ 2.2 (2) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งเอกสาร ประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติ ได้แก่ หลักฐานการศึกษา และประวัติการทางานของบุคคลที่ได้รับ การเสนอชื่อ
(4) นำส่งแบบ ข และแบบ ค พร้อมหลักฐานที่บริษัทกำหนด อย่างไม่เป็นทางการก่อนได้ทางโทรสารหมายเลข 0-2301-1020 หรือทางจดหมายอิเล็คโทรนิกส์ (e-mail) ที่ ircontact@pe.premier.co.th และจัดส่งต้นฉบับ โดยทางจดหมายลงทะเบียนมาที่เลขานุการบริษัท บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากัด (มหาชน) เลขที่ 1 อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค ซอยพรีเมียร์ 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
(5) คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ
(6) บุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จะได้รับการเสนอชื่อในวาระการเลือกตั้งกรรมการพร้อม ความเห็นของคณะกรรมการ สำหรับบุคคลที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริษัทจะแจ้งให้ ผู้ถือหุ้นที่เสนอทราบพร้อมเหตุผล และจะชี้แจงเหตุผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบ

4. ช่วงเวลาที่เปิดรับเรื่อง
ผู้ถือหุ้นที่ต้องการเสนอเรื่องเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทสามารถส่งหนังสือแจ้งมาที่บริษัทได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี

การประชุมผู้ถือหุ้น