นักลงทุนสัมพันธ์

จรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์

ข้อพึงปฏิบัติของนักลงทุนสัมพันธ์

  1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
  2. เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
  3. เปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและสอบถามข้อมูลได้
  4. ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียเป็นที่ตั้ง
  5. รักษาความลับของบริษัทและไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตน
  6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และมีความเป็นมืออาชีพ
  7. หมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน
  8. ปฏิบัติตามแนวทางการไม่รับนัดในช่วงใกล้ประกาศงบการเงินและแนวปฏิบัติในการซื้อขายหุ้นที่บริษัทได้กำหนดไว้

คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

การวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ

1. วิเคราะห์การดำเนินงานและฐานะการเงิน (ตามแบบสอบทานการเปิดเผยข้อมูล)

        ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจ

         (1)     ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจ   

        จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่องจากปี 2563 ทำให้ธุรกิจให้เช่ารถและธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยมีรายได้ลดลง บริษัทย่อยยังคงใช้มาตรการรักษาฐานลูกค้า เช่น การขยายสัญญาเช่ารถหรือผ่อนปรนช่วยเหลือสนับสนุนลูกค้าตามสถานการณ์ที่จำเป็น

        บริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจให้เช่ายานพาหนะ ยังคงมุ่งเน้นการให้บริการรูปแบบต่างๆ ที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มในการให้บริการ และการนำเทคโนโลยีมาใช้งานบริหารจัดการเพื่อการวิเคราะห์พัฒนาการบริการให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นเป้าหมายกลยุทธ์การให้บริการถให้เช่าจึงมุ่งเน้นลูกค้าที่ให้ผลตอบแทนที่สอดคล้องกับงานบริการด้านคุณภาพงานบริการและด้านความปลอดภัย เป็นต้น

        ส่วนธุรกิจให้บริการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ได้รับผลกระทบจากประกันภัยรถยนต์หลักจากบริษัทที่ดำเนินธุรกิจให้เช่าที่มีปริมาณลดลง แต่สำหรับลูกค้ารายอื่นๆ ยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีการต่ออายุกรรมธรรม์ในส่วนของประกันภัยประเภทรถยนต์และอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง จากการรักษาคุณภาพการให้บริการ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์และบริษัทประกันภัยที่มีความมั่นคง สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

และบริษัทย่อย: บริษัท พรีเมียร์ แคปปิตอล (2000) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับบริษัทในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ประมาณการให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ลดลงจากการปรับนโยบายการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของบริษัทในกลุ่มฯ แต่ละแห่ง

        รายงานงบการเงินประจำปี 2564 ของบริษัทและบริษัทย่อย ผู้สอบบัญชียังคงไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินอันเนื่องจากผลของคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ตามที่บริษัทได้ยื่นขอฎีกาและศาลฎีกามีคำสั่งรับฎีกาไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1,183 ล้านบาท และกรณีที่บริษัทถูกยึดหุ้นของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งเพื่อนำไปขายทอดตลาดนำเงินที่ขายได้มาชำระในคดีหนี้สินภาษีที่มีต่อกรมสรรพากรและคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จากการดำเนินการขายทอดตลาดโดยสำนักงานบังคับคดีแพ่ง ตั้งแต่ปี 2562 ถึง 2564 โดยการขายทอดตลาดในครั้งล่าสุดจัดให้มีขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2563 ไม่ปรากฎว่ามีผู้เสนอซื้อหุ้นดังกล่าวแต่อย่างใด และในปี 2564 สำนักงานบังคับคดีจัดให้มีการขายทอดตลาด แต่ต่อมากรมบังคับคดีได้มีประกาศยกเลิกการขายจากสาเหตุขั้นตอนภายในของกรมบังคับคดีเอง ทำให้ปี 2564 ยังไม่ได้มีการขายทอดตลาดหุ้นดังกล่าว ปัจจุบันบริษัทย่อยแห่งนี้ยังคงมีฐานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท และบริษัทย่อยดังกล่าวดำเนินธุรกิจให้เช่ายานพาหนะซึ่งเป็นส่วนงานหลักของกลุ่มบริษัท จากปัจจัยดังกล่าวแสดงถึงความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญ จึงเป็นเหตุให้ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน

         (2)     ผลการดำเนินงาน

        ผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ของบริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรสำหรับงวด จำนวน 13.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 15.98 ล้านบาท ในงวดมีผลกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 5.26 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมารับรู้เป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 5.71 ล้านบาท ทำให้กำไรจากมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 10.97 ล้านบาท รายการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินงานที่สำคัญ มีดังนี้

            1. รายได้ค่าเช่าและค่าบริการมีจำนวน 332.23 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 139.06 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 29.50 จากสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ต่อเนื่องส่งผลต่อธุรกิจลูกค้าของบริษัทย่อยโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการด้านการรับส่งและรถโรงเรียน บริษัทย่อยยังคงใช้มาตรการในการรักษาฐานลูกค้าโดยดำเนินโครงการขยายสัญญาเช่าหรือการผ่อนปรนช่วยเหลือสนับสนุนตามสถานการณ์ที่จำเป็น และการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มที่สอดคล้องกับงานบริการที่เพิ่มคุณภาพของบริษัทย่อย อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 38.97 ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน (2563: 39.00)

            2. ในปี 2564 การแพร่ระบาดของโควิค 19 ยังคงมีอยู่ การดำเนินมาตรการของรัฐเพื่อการจัดการสถานการณ์ดังกล่าวทำให้กิจกรรมของตลาดรถยนต์คลายตัวมากขึ้น ส่งผลให้ราคาตลาดรถยนต์ใช้แล้วมีราคาสูงกว่าปีก่อนในกลุ่มรถยนต์บางประเภท บริษัทย่อยจึงมีกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ยานพาหนะให้เช่าจำนวน 1.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.31 ล้านบาท ปริมาณรถที่ขายในปีมีจำนวน 368 คัน

            3. ค่าใช้จ่ายในการบริหารในงวดมีจำนวน 102.51 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 28.22 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 21.59 เนื่องจากในปี 2563 บริษัทย่อยแต่ละแห่งได้มีการปรับองค์กรเพื่อให้ขนาดขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงมีผลให้ค่าใช้จ่ายบริหารในปี 2564 ลดลงอย่างต่อเนื่อง

            4. ต้นทุนทางการเงินในงวดมีจำนวน 24.11 ล้านบาท ลดลง 14.47 ล้านบาท จากการจ่ายชำระตามสัญญาเช่าทางการเงิน และการก่อหนี้สำหรับซื้อยานพาหนะมีจำนวนลดลง

            5. ค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้ในงวดมีจำนวน 2.46 ล้านบาท เป็นรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีทั้งจำนวน

         (3)     ฐานะการเงิน

        สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีจำนวน 964.09 ล้านบาท ลดลงจากงวดปีก่อน 258.22 ล้านบาท รายการที่เปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้

            เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพิ่มขึ้นจำนวน 9.76 ล้านบาท

            สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น เป็นการนำเงินไปลงทุนในกองทุนเปิดตราสารหนี้ เพื่อการบริหารการเงินระยะสั้น อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 0.28

            ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลงจำนวน 7.18 ล้านบาท จากลูกหนี้ของธุรกิจให้เช่ายานพาหนะ

            สินทรัพย์ภาษีเงินได้ในงวดปัจจุบัน เป็นรายการภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายในปี 2564 มีจำนวน 21.18 ล้านบาท

            ยานพาหนะให้เช่าและอุปกรณ์มีจำนวน 203.12 ล้านบาท ประกอบด้วย ยานพาหนะให้เช่าส่วนที่ปลอดภาระด้านหนี้สินมีจำนวน 188.49 ล้านบาท และอุปกรณ์สำนักงานจำนวน 14.63 ล้านบาท ส่วนยานพาหนะให้เช่าที่มีภาระด้านหนี้สินแยกแสดงรายการรวมอยู่ในสินทรัพย์สิทธิการใช้จำนวน 504.86 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน รายการยานพาหนะให้เช่าและอุปกรณ์รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้มีจำนวนลดลง 204.28 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายการยานพาหนะให้เช่าที่มีการจำหน่ายในงวด

            สินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนในงวดมีจำนวน 41.62 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนในกองทุนตราสารทุน และในงวดมีผลกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 5.26 ล้านบาท

            สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น จำนวน 49.00 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายการภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายที่อยู่ระหว่างการตรวจคืนของสรรพากร และในงวดได้รับคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายของปี 2561

        หนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีจำนวน 816.98 ล้านบาท ลดลงจากงวดปีก่อน 274.97 ล้านบาท รายการที่เปลี่ยนแปลงสำคัญ มีดังนี้

            หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินมีจำนวนรวม 446.96 ล้านบาท ลดลงจากงวดปีก่อน 243.46 ล้านบาท จากการชำระหนี้ตามสัญญาเช่าทางการเงิน

            หนี้สินทางการเงินไม่หมุนเวียน เป็นรายการเงินมัดจำค่าเช่ารถยนต์ที่รับจากลูกค้า แยกแสดงรายการออกจากรายการหนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินเรื่องสัญญาเช่าในงวดมีจำนวน 17.79 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 8.90 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามสัญญาเช่าที่ครบกำหนดอายุเช่า

            สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงานจำนวน 24.21 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 18.70 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างขนาดธุรกิจของบริษัทย่อย และมีการคำนวณประมาณผลประโยชน์พนักงานระยะยาวใหม่ ณ สิ้นปี 2564

        ส่วนของผู้ถือหุ้น งบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 แยกแสดงรายการเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท และส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อยที่ถูกบังคับคดีเพื่อการขายทอดตลาด ดังนี้

            ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท (PE) มีจำนวนต่ำกว่าศูนย์ 188.52 ล้านบาท เนื่องจากหักด้วยมูลค่าสุทธิของหุ้นบริษัทที่ถูกบังคับคดีเพื่อขายทอดตลาด

            ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อยที่ถูกบังคับคดีเพื่อการขายทอดตลาด จำนวน 335.62 ล้านบาท ซึ่งมาจากส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อย (บริษัท พรีเมียร์ อินเตอร์ ลิซซิ่ง จำกัด) เพื่อสะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงในรายงานทางการเงิน

        (4)     สภาพคล่องและแหล่งเงินทุน

        เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน มาจากธุรกิจให้เช่ายานพานะ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีกระแสเงินสดสุทธิในปี 2564 จำนวน 129.60 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 70.70 ล้านบาท อันเนื่องจากรายได้ลดลง

        เงินสดจากกิจกรรมลงทุนมีจำนวน 174.07 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 14.84 ล้านบาท จากเงินรับจากการจำหน่ายยานพาหนะให้เช่าลดลง 51.64 ล้านบาท เงินลงทุนซื้อยานพาหนะให้เช่าและอุปกรณ์ลดลง 2.46 ล้านบาทและซื้อหน่วยลงทุนในงวดลดลง 63.64 ล้านบาท

        เงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินมีจำนวน 313.43 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 43.45 ล้านบาท เนื่องจากชำระคืนหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินซึ่งเป็นไปตามภาระหนี้ของการซื้อยานพาหนะให้เช่า

2. ปัจจัยหรือเหตุการณ์ที่อาจมีผลต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต (Forward Looking)

        การดำรงสถานการณ์เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันบริษัทยังไม่สามารถแก้ไขเหตุอาจถูกเพิกถอน กรณีผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน และบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ตั้งแต่งบการเงินปี 2563 ส่งผลให้เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน รวมถึงการสรรหาบุคคลเพื่อมาดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงทำให้ ณ ปัจจุบันบริษัทมีสถานะเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตามที่กล่าวไว้ในหัวข้อ การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ ปี 2564

แบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1)

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2564 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2562 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2561 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2560 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2559 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2558 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2557 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2556 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2554 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2552 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2551 รายละเอียดเพิ่มเติม

แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2550 รายละเอียดเพิ่มเติม

รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

กลุ่มผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นสูงสุด 10 รายแรก ที่มีชื่อปรากฏตามทะเบียนบัญชีผู้ถือหุ้น ณ 2564 มีดังต่อไปนี้

รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น % การถือหุ้น
บริษัท พรีเมียร์ ฟิชชั่น แคปปิตอล จำกัด 199,700,081.00 24.96
นายทวีฉัตร จุฬางกูร 196,000,000.00 24.50
บริษัท พรีเมียร์ โกลเบิล คอร์เปอเรชั่น จำกัด + บริษัท ลิควิเดชั่น 1 จำกัด 42,439,226.00 5.30
บริษัท พรีเมียร์ แพลนเนอร์ จำกัด 41,410,616.00 5.18
COMMERZBANK AG, SINGAPORE BRANCH 22,974,780.00 2.87
บริษัท ลิควิเดชั่น 3 จำกัด 14,056,022.00 1.76
นางวิมลทิพย์ พงศธร 13,416,235.00 1.68
นายภูศิษฐ์ จิตติละอองวงศ์ 12,500,000.00 1.56
ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 11,964,495.00 1.50
น.ส. สมจิตต์ ธาราอมรรัตน์ 11,558,000.00 1.44
รวมผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 566,019,455.00 70.75

หลักเกณฑ์การให้สิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญและสิทธิเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย และเพื่อ เป็นการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนั้นก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทจึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องที่ผู้ถือหุ้น เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่บริษัท เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณา เลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ดังนี้

1 . คุณสมบัติของผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเสนอ

ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับ การพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.1 เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยไม่จำกัดจำนวนหุ้นและระยะเวลาที่ถือหุ้นของบริษัท เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทราย เดียวหรือหลายรายรวมกันก็ได้ และต้องถือหุ้นในวันที่เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมหรือ เสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ
1.2 สามารถแสดงหลักฐานการถือหุ้น เช่น หนังสือรับรองการถือหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือหลักฐานอื่นจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

2. หลักเกณฑ์การเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุม
2.1 เงื่อนไขการพิจารณาเรื่องที่เสนอเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะนำเสนอเรื่องที่บริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม และเป็นไป ตามที่กฎหมาย และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกำหนดบรรจุเป็นวาระการประชุม เว้นแต่เรื่องดังต่อไปนี้ บริษัทจะ ไม่บรรจุเป็นวาระการประชุม
(1) เรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท และข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างโดยผู้ถือหุ้นมิได้แสดงถึงเหตุ อันสมควรเกี่ยวกับความไม่ปกติของเรื่องดังกล่าว
(2) เรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจที่บริษัทจะดำเนินการให้เกิดผลตามที่ประสงค์
(3) เรื่องที่เคยเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแล้วในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และได้รับมติสนับสนุน ด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท โดยที่ข้อ เท็จจริงในเรื่องนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
(4) เรื่องที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท หรือ ขัดกับกฎหมาย ประกาศ กฎ และ ระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัท
(5) เรื่องที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลโดยเฉพาะ
(6) เรื่องที่บริษัทได้ดำเนินการแล้ว
(7) เรื่องที่ผู้ถือหุ้นเสนอโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพียงพอ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดข้างต้น
(8) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดทุนหรือกฎหมายกำหนด

2.2 ขั้นตอนในการพิจารณา
(1) ผู้ถือหุ้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 1. ต้องกรอกข้อมูลใน “แบบเสนอวาระการประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี” (แบบ ก) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ กรณีผู้ถือหุ้นหลายรายรวมกันเสนอ วาระการประชุม ผู้ถือหุ้นทุกรายต้องกรอกรายละเอียดของตนลงในแบบ ก พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ และรวมเป็นชุดเดียวกัน
(2) จัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่จะต้องจัดส่งให้บริษัทพร้อมกับ แบบ ก ดังนี้ (ก) หลักฐานการถือหุ้น ได้แก่ หนังสือรับรองการถือหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือหลักฐานอื่น จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จากัด (ข) เอกสารแสดงตนของผู้ถือหุ้น กรณีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดา - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างประเทศ) พร้อมทั้ง ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล -สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจาตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ( กรณีเป็นชาวต่างประเทศ ) ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามที่ได้ลงชื่อใน แบบ ก พร้อมทั้ง ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
(3) นำส่ง แบบ ก พร้อมเอกสารหลักฐานที่บริษัทกาหนด อย่างไม่เป็นทางการก่อนได้ทางโทรสารหมายเลข 0-2301-1020 หรือทางจดหมายอิเลคทรอนิกส์ (e-mail) ที่ ircontact@pe.premier.co.th และจัดส่งต้นฉบับ โดยทางจดหมายลงทะเบียนมาที่ เลขานุการบริษัท บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากัด (มหาชน) เลขที่ 1 อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค ซอยพรีเมียร์ 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
(4) คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของวาระการประชุมที่ผู้ถือหุ้นเสนอ ซึ่งจะต้องไม่มี ลักษณะเข้าข่ายตามข้อ 2.1 (1) – (8)
(5) เรื่องที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จะบรรจุเป็นวาระการประชุมในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ สำหรับเรื่องที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริษัทจะแจ้ง ให้ผู้ถือหุ้นที่เสนอทราบพร้อมเหตุผล และจะชี้แจงเหตุผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบ

3. หลักเกณฑ์การเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ
3.1 คุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท
(1) มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายมหาชนจำกัด พรบ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับของ บริษัท
(2) มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
(3) ไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการหรือพนักงานของบริษัทที่ประกอบกิจการ อันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย 3 3.2 ขั้นตอนในการพิจารณา (1) ผู้ถือหุ้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม ข้อ 1. ต้องกรอกข้อมูลใน “แบบเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณา เลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท” ( แบบ ข ) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ กรณีผู้ถือหุ้นหลายรายรวม กันเสนอชื่อ ผู้ถือหุ้นทุกรายต้องกรอกรายละเอียดของตนในแบบ ข พร้อมทั้งลงลายมือชื่อและรวมเป็นชุด เดียวกัน (2) ดำเนินการให้บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อกรอกข้อมูลใน “แบบข้อมูลของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อ รับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท” ( แบบ ค ) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ (3) จัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่จะต้องจัดส่งให้บริษัท ตามที่ระบุในข้อ 2.2 (2) ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งเอกสาร ประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติ ได้แก่ หลักฐานการศึกษา และประวัติการทางานของบุคคลที่ได้รับ การเสนอชื่อ
(4) นำส่งแบบ ข และแบบ ค พร้อมหลักฐานที่บริษัทกำหนด อย่างไม่เป็นทางการก่อนได้ทางโทรสารหมายเลข 0-2301-1020 หรือทางจดหมายอิเล็คโทรนิกส์ (e-mail) ที่ ircontact@pe.premier.co.th และจัดส่งต้นฉบับ โดยทางจดหมายลงทะเบียนมาที่เลขานุการบริษัท บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากัด (มหาชน) เลขที่ 1 อาคารพรีเมียร์คอร์เปอเรทปาร์ค ซอยพรีเมียร์ 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
(5) คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ
(6) บุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จะได้รับการเสนอชื่อในวาระการเลือกตั้งกรรมการพร้อม ความเห็นของคณะกรรมการ สำหรับบุคคลที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริษัทจะแจ้งให้ ผู้ถือหุ้นที่เสนอทราบพร้อมเหตุผล และจะชี้แจงเหตุผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบ

4. ช่วงเวลาที่เปิดรับเรื่อง
ผู้ถือหุ้นที่ต้องการเสนอเรื่องเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทสามารถส่งหนังสือแจ้งมาที่บริษัทได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี

การประชุมผู้ถือหุ้น